ค่า Swap คืออะไร? ทำความรู้จักกับต้นทุนในการถือออเดอร์ข้ามคืน

ค่า Swap คืออะไร? ทำความรู้จักกับต้นทุนในการถือออเดอร์ข้ามคืน

ในการเทรด Forex นอกจากการวิเคราะห์กราฟราคาและปัจจัยพื้นฐานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรในระยะยาว แต่หลายคนมักมองข้าม นั่นคือดอกเบี้ยข้ามคืน หรือค่า Swap ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นเมื่อถือออเดอร์ข้ามวัน โดยในบทความนี้ QRS จะพาไปทำความเข้าใจกลไกนี้อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถนำไปวางแผนกลยุทธ์การเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น

Key Takeaway

  • ค่า Swap คือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินคู่ที่ทำการเทรด ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการถือครองสถานะข้ามไปสู่อีกวันหนึ่งตามเวลาปิดของตลาด
  • ประเภทของ Swap แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ Positive Swap หรือค่าบวกที่ได้รับ และ Negative Swap หรือค่าลบที่ต้องจ่าย 
  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า Swap ไม่ได้มาจากดอกเบี้ยนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ สภาพคล่องในตลาด และความผันผวนของค่าเงิน
  • การคำนวณค่า Swap มีสูตรเฉพาะที่คำนึงถึงขนาดสัญญา (Lot size) ราคาปัจจุบัน และอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้ทราบต้นทุนที่แท้จริง
  • กลยุทธ์ Carry Trade เป็นการใช้ประโยชน์จากค่า Swap เพื่อสร้างรายได้แบบ Passive Income จากการถือครองสถานะในคู่เงินที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยสูง

ค่า Swap คืออะไร

ค่า Swap (หรือค่า Roll-over) คือค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นเมื่อผู้เทรดเปิดสถานะข้ามคืนในตลาดเทรด Forex ซึ่งคำนวณจากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินในคู่ที่เทรด เช่น EUR/USD หากอัตราดอกเบี้ยของยูโรและดอลลาร์ต่างกัน จะมีการจ่ายหรือรับค่า Swap ตามเงื่อนไขของตลาดและโบรกเกอร์ ค่า Swap นี้จะถูกคำนวณเมื่อรอบการซื้อขายสิ้นสุดประมาณ 04:00-05:00 น. ตามเวลาประเทศไทย และมีผลต่อนักเทรดที่ถือออเดอร์ข้ามวัน โดยเฉพาะสาย Swing Trade ที่ต้องคำนึงถึงต้นทุนนี้ในการวางแผนเทรดระยะยาว

ค่า Swap มีกี่ประเภท

ในการเทรดจริง ค่า Swap ไม่ได้เป็นต้นทุนเสมอไป เพราะบางสถานะอาจทำให้นักเทรดได้รับผลตอบแทนเพิ่มจากส่วนต่างดอกเบี้ยได้ โดยทั่วไปสามารถแบ่งค่า Swap ออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

Positive Swap

Positive Swap หรือค่า Swap บวก คือกรณีที่นักเทรดได้รับเงินจากส่วนต่างดอกเบี้ยเข้าบัญชี มักเกิดขึ้นเมื่อเปิดออเดอร์ “ซื้อ” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า และ “ขาย” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า หากถือออเดอร์ข้ามคืน ส่วนต่างดอกเบี้ยนี้จะถูกคำนวณเป็นผลตอบแทนเพิ่มเติม นอกเหนือจากกำไรที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคา

Negative Swap

Negative Swap หรือค่า Swap ลบ คือกรณีที่นักเทรดต้องจ่ายค่าส่วนต่างดอกเบี้ยให้กับตลาด ซึ่งพบได้ค่อนข้างบ่อย โดยมักเกิดขึ้นเมื่อเปิดออเดอร์ “ซื้อ” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า และ “ขาย” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า หากถือออเดอร์ไว้นาน ต้นทุนส่วนนี้ก็จะสะสมเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันที่เปิดสถานะไว้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่า Swap มีอะไรบ้าง

ค่า swap ปัจจัย

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมค่า Swap ถึงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทั้งที่เป็นเพียงค่าธรรมเนียมจากการถือออเดอร์ข้ามคืน ความจริงแล้วมูลค่า Swap ถูกกำหนดจากหลายปัจจัยสำคัญ ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยของสกุลเงิน (Interest Rates): เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่า Swap โดยตรง เช่น การปรับดอกเบี้ยของ Fed, ECB หรือ BoJ หากธนาคารกลางมีการขึ้นหรือลดดอกเบี้ย ค่า Swap ของคู่เงินที่เกี่ยวข้องก็อาจเปลี่ยนแปลงตามทันที
  • นโยบายของโบรกเกอร์: โบรกเกอร์ Forex แต่ละแห่งอาจมีการบวกค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หรือ Markup เข้าไปในค่า Swap ทำให้ค่า Swap ที่แสดงในแพลตฟอร์มเทรดของแต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน
  • สภาพคล่องในตลาด (Market Liquidity): ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง หรือมีสภาพคล่องต่ำ ค่า Swap อาจขยับกว้างขึ้นกว่าปกติ เพราะต้นทุนในการถือครองสถานะมีความเสี่ยงมากขึ้น
  • ความเสี่ยงของสกุลเงิน: คู่เงินกลุ่ม Exotic Pairs หรือสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ มักมีค่า Swap สูงกว่าคู่เงินหลัก เนื่องจากมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและความผันผวนมากกว่า

ตัวอย่างสูตรคำนวณค่า Swap แบบเข้าใจง่าย

โดยสูตรการคำนวณเบื้องต้นคือ

“(ขนาดสัญญา x (จุดทศนิยมต่ำสุด x ค่า Swap ที่ระบุ)) / ราคาปัจจุบัน”

ตัวอย่างสถานการณ์ เช็ก 

หากเปิดสถานะ Buy ในคู่เงิน GBP/USD จำนวน 1 Standard Lot (100,000 unit) โดยที่ค่า Swap Long อยู่ที่ -3.50 และต้องการถือออเดอร์นี้เป็นเวลา 1 คืน ค่าที่ต้องจ่ายจะถูกคำนวณจากขนาด Lot คูณกับค่า Point Value และตัวคูณ Swap ที่โบรกเกอร์กำหนด ซึ่งจะถูกหักออกจาก Balance หรือรวมอยู่ใน Unrealized P/L ทันทีเมื่อขึ้นวันใหม่

QRS แนะนำว่าการตรวจสอบค่าเหล่านี้ก่อนเปิดสถานะจะช่วยป้องกันการขาดทุนจากต้นทุนที่บานปลาย โดยเฉพาะในการเทรดฟอเร็กซ์ระยะยาว

ข้อดีของค่า Swap มีอะไรบ้าง

การเข้าใจค่า Swap ในมุมบวกจะช่วยให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสในการบริหารพอร์ตได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่เน้นการถือออเดอร์ระยะยาว ซึ่ง Positive Swap สามารถสร้างประโยชน์ได้หลายด้าน ดังนี้

  • สร้างรายได้เสริม (Passive Income): สำหรับนักเทรดที่ใช้กลยุทธ์ Carry Trade การได้รับ Positive Swap ทุกวันเปรียบเสมือนการมีรายได้จากดอกเบี้ยเพิ่มเติม นอกเหนือจากโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคา
  • ช่วยคัดกรองคู่เงิน: ค่า Swap สามารถใช้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลประกอบการเลือกคู่เงินได้ เพราะสะท้อนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและทิศทางเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สกุลเงินนั้น ๆ
  • เพิ่มความคุ้มค่าในการถือยาว: หากเลือกคู่เงินที่มีค่า Swap เป็นบวก การถือออเดอร์เป็นเวลานานอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะนักเทรดมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสะสมระหว่างทางด้วย

ข้อเสียของค่า Swap มีอะไรบ้าง

ในอีกมุมหนึ่ง ค่า Swap อาจกลายเป็นต้นทุนที่ค่อย ๆ ลดทอนกำไรได้ หากไม่ได้คำนวณไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะการถือออเดอร์ที่มีค่า Swap เป็นลบ ซึ่งมีข้อควรระวังดังนี้

  • เป็นต้นทุนแฝง: หากถือออเดอร์ในทิศทางที่ต้องเสียค่า Swap ยิ่งถือไว้นาน ต้นทุนก็จะยิ่งสะสม ทำให้กำไรลดลง หรือขาดทุนเพิ่มขึ้นได้
  • ความผันผวนในคืนวันพุธ: โดยทั่วไปค่า Swap จะถูกคิดเป็น 3 เท่าในคืนวันพุธ หากไม่ได้เตรียมเงินทุนสำรองไว้ อาจส่งผลให้ Margin Level ลดลงเร็วกว่าปกติ
  • ข้อจำกัดในการวางแผน: แม้สัญญาณทางเทคนิคจะดูน่าสนใจ แต่หากต้องจ่ายค่า Swap สูงเกินไป อาจทำให้ผลตอบแทนไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่ต้องรับ

ตรวจสอบค่า Swap ได้ที่ไหน

โดยทั่วไปนักเทรดสามารถตรวจสอบค่า Swap ได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มอย่าง MT4 หรือ MT5 เพียงเข้าไปที่หน้าต่าง “Market Watch” จากนั้นคลิกขวาที่คู่เงินที่ต้องการ แล้วเลือก “Specification” ก่อนเลื่อนลงมาดูรายละเอียดในหัวข้อ Swap Long (ฝั่ง Buy) และ Swap Short (ฝั่ง Sell) ซึ่งตัวเลขที่แสดงจะเป็นข้อมูลปัจจุบันที่รวมค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนเทรดได้ทันที

กลยุทธ์ Carry Trade หรือ ทำกำไรจาก Swap

ค่า swap กลยุทธ์

กลยุทธ์ Carry Trade คือการเทรดที่เน้นทำกำไรจาก “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” เป็นหลัก โดยนักลงทุนจะเลือกคู่เงินที่สกุลเงินหนึ่งมีดอกเบี้ยสูง และอีกสกุลมีดอกเบี้ยต่ำ จากนั้นเปิดสถานะ Buy และถือครองระยะยาวเพื่อรับค่า Swap อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ QRS เน้นย้ำคือ “เสถียรภาพของราคา” เพราะแม้จะได้รับค่า Swap ทุกวัน แต่หากราคาวิ่งสวนทางจนขาดทุนมากกว่าผลตอบแทนที่ได้รับ ก็อาจทำให้ภาพรวมของพอร์ตติดลบได้ ดังนั้น การใช้กลยุทธ์นี้ให้ได้ผล ควรวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานควบคู่ไปกับการดูค่า Swap เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

จัดการกับค่า Swap อย่างมืออาชีพในการถือออเดอร์ข้ามคืน

ค่า Swap คือองค์ประกอบสำคัญที่นักเทรดไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนและผลตอบแทนจากการถือออเดอร์ข้ามคืน ไม่ว่าจะเป็นสายเทคนิคหรือสายพื้นฐาน การเข้าใจกลไกของดอกเบี้ยจะช่วยให้วางแผนเทรดและบริหารพอร์ตได้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งการเลือกคู่เงินที่มีค่า Swap เป็นบวก หรือหลีกเลี่ยงการถือสถานะในช่วงที่มีต้นทุนสูง หากนำไปใช้อย่างเหมาะสม ค่า Swap ก็สามารถกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

สำหรับนักเทรดที่ต้องการวางแผนต้นทุนอย่างรอบคอบ การเข้าใจค่า Swap ควรเริ่มควบคู่กับการเลือกโบรกเกอร์ที่มีข้อมูลชัดเจน ระบบมั่นคง และพร้อมดูแลในทุกขั้นตอน โดย QRS Global ให้บริการเทรด Forex อย่างมืออาชีพ พร้อมทีม Customer Service คนไทยตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้นักลงทุนทั้งมือใหม่และมืออาชีพเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ช่องทางการติดต่อ
 Line: @qrsglobal
 Facebook: QRS Global

Swap ต่างจาก Spread อย่างไร?

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย หรือ Bid กับ Ask ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นตอนเปิดออเดอร์ ส่วนค่า Swap คือต้นทุนหรือผลตอบแทนที่เกิดขึ้นเมื่อถือออเดอร์ข้ามคืน และจะถูกคำนวณต่อเนื่องตราบใดที่ยังเปิดสถานะไว้

ทำไมค่า Swap วันพุธถึงคิด 3 เท่า?

ค่า Swap ในคืนวันพุธมักถูกคิดเป็น 3 เท่า เพราะตลาด Forex ใช้ระบบส่งมอบแบบ T+2 หรืออีก 2 วันทำการ ทำให้ออเดอร์ที่ถือข้ามคืนวันพุธครอบคลุมไปถึงช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ธนาคารปิดทำการ จึงมีการรวมค่า Swap ของวันหยุดมาคิดไว้ในวันเดียว

ค่า Swap สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?

ค่า Swap สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง สภาพตลาด และนโยบายของแต่ละโบรกเกอร์ ดังนั้นนักเทรดควรตรวจสอบค่า Swap อยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนถือออเดอร์ข้ามคืนหรือวางแผนเทรดระยะยาว

การเทรดแบบ Day Trade ต้องจ่ายค่า Swap ไหม?

หากเปิดและปิดออเดอร์ภายในวันเดียวกันก่อนเวลาปิดรอบ Daily Roll-over จะไม่ถูกคิดค่า Swap เพราะไม่มีการถือสถานะข้ามคืน จึงเหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการหลีกเลี่ยงต้นทุนจากดอกเบี้ยข้ามคืน